Trans Society 

In คอลัมนิสต์สะกิดติ่งขนส่ง, สังคมขนส่งupdated December 21, 2017 7:04 am

Trans Society 

โดย : สอพินยา

วารสารTRANS TIME ฉบับที่ 22 เล่มส่งท้ายปีระกา 2560 ‘สอพินยา’ รับหน้าที่รายงานทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงขนส่ง โลจิสติกส์ และตลาถเพื่อการพาณิชย์อีกเช่นเคย โดยภายหลังปรับคณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 5 ใครเด้งไปไหน เชื่อว่าผ่านมาถึงขณะนี้ท่านผู้อ่านย่อมทราบดีแล้ว แต่ท่ามกลางบรรยากาศขาลงของรัฐบาล ความเชื่อมั่นของประชาชนที่สั่นคลอน ทำให้การปรับคณะรัฐมนตรีรอบนี้ ไม่ได้เรียกศรัทธากลับคืนมา เห็นเป็นเพียงการละเล่นเก้าอี้ดนตรีของท่านผู้นำก็เท่านั้น เอาที่สบายใจขอรับ อำนาจในมือท่านยิ่งใหญ่ซะขนาดนั้น ใครล่ะจะกล้าแข็งขืน

*** ขณะที่เศรษฐกิจในภาคการส่งออกที่ส่อแวดพื้นตัว โดยการส่งออกเดือนตุลาคม 2560 ขยายตัว 13.1% ถือว่าขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออก 10 เดือนแรก เติบโต 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ด้วยเหตุนี้ การส่งออกของไทยในปี 2560 มีทิศทางขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าสาคัญที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดเอเชียใต้ สหภาพยุโรป และจีน ขณะที่กระแสในปีหน้าที่หน่วยงานรัฐหลายภาคส่วนได้ทำนายว่าGDPของประเทศจะโตอีก 5 % ซึ่งจะว่ากันตามจริง อัตราการเติบโตร้อยละ 5 ต่อปีถือเป็นอาการปกติในช่วงที่บ้านเมืองสงบ เพียงแต่หลายปีก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งภายในประเทศเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโต ก็แค่นั้น แต่อย่างไรเสียการขัดเคลื่อนประเทศไปสู่การเติบโตในแนวทางปกติยังคงต้องยกเครดิตให้รัฐบาล แต่ทว่า หากตัด ‘ปลาเน่า’บางตัว ในข้องของรัฐบาลออกไปบ้างก็คงจะดูดีกว่านี้อีกมาก

***ภายหลังได้เข้ารับตแหน่ง รมช.กระทรวงหูกวาง ‘ไพรินทร์ ชูโชติถาวร’ อดีตซีอีโอ บมจ.ปตท.ซึ่งการเข้ามาขย่มเก้าอี้รอบนี้ มีงานช้างรออีกเพียบ อาทิ การปฏิรูปเส้นทางรถเมล์และปรับบทบาทกรมการขนส่งทางบกให้เป็นเรกกูเลเตอร์ ,การเร่งรัดเรื่องการระดมทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย สร้างทางด่วน 2 สาย คือ สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก กับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วง N2-N3  ,การเร่งจัดซื้อรถเมล์ NGV ล็อตแรก 489 คัน ให้แล้วเสร็จภายปี 2561 ,เร่งรัดการพัฒนาเรือครุยส์ที่ จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต

รวมถึงพัฒนาเส้นทางเดินเรือเฟอร์รีเชื่อมทะเลอ่าวไทยสำหรับรองรับรถยนต์ จากปัจจุบันรองรับได้เฉพาะผู้โดยสาร และให้เร่งสะสางปัญหา IUU 6.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ให้เร่งลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 วงเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ตลอดจนการกำกับดูแล บขส.,การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด โดยเร่งรัดการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน อีกทั้งให้เร่งรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง และเซ็นสัญญาเฟสแรก 5 เส้นทาง นอกจากนี้ แล้วต้องเข้ามาดูเรื่องแผนฟื้นฟู 3 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟฯ และ ขสมก. ให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ

   งานช้างทั้งนั้น ! โดยงานแรกที่ ท่าน รมช.ลงมือทำคือการสางหนี้แสนล้านของ ขสมก. ภายหลังจากมอบนโยบายให้ ขสมก. รีบไปดำเนินการสรุปแผนฟื้นฟูองค์กร โดยเบื้องต้นได้ชี้แนะว่า การลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ไม่ใช่ทางออกของปัญหา  รวมทั้งการให้พิจารณาภายหลังทำแผนฟื้นฟูว่าจะให้ ขสมก. อยู่ในสังกัดกระทรวงคมนาคมหรือผลักภาระไปที่หน่วยงานกรุงเทพมหานครและปริมณฑล… นั่นไง ใครๆก็ไม่รัก ขสมก. ได้แล้วจะเฉดหัวทิ้งท่าเดียว มันน่าน้อยใจจริงๆ

*** กรณี ขสมก.เปิดให้เอกชนผู้สนใจมายื่นข้อเสนอโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน วงเงิน 4,020 ล้านบาทในวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยวิธีคัดเลือกพบว่ามีเอกชนเข้ายื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวคือ กลุ่มที่นำโดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) รายเดียว ที่มายื่นข้อเสนอ โดย ‘ณัฐชาติ จารุจินดา’ ประธานบอร์ด ขสมก. ชี้แจงว่าขสมก.จะเร่งเจรจากับเอกชนให้ได้ข้อสรุปก่อนส่งผลประกวดราคาให้พิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ในวันที่ 20 ธ.ค. ก่อนลงนามสัญญาภายในเดือน ธ.ค.

ขณะที่ มีแหล่งข่าวภายใน ขสมก. ตั้งข้อสังเกตุ โครงการรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ที่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ชนะโครงการจัดซื้อในครั้งนี้ว่า บริษัทดังกล่าวยังติดปัญหางานสัญญาจัดซื้อและติดตั้ง E-Ticket และ Cash Box ซึ่งเมื่อติดตั้งแล้วพบปัญหามากมาย จนมีข้อกังขาว่าโครงการเอ็นจีวีเป็นงานใหญ่ระดับ 4,000 ล้านบาท บริษัท ช.ทวีจะสามารถส่งมอบรถเมล์ได้ตามแผนในเดือน มิ.ย. 2561นี้หรือไม่? ซึ่งถ้าหากมีปัญหาไม่สามาถส่งมอบรถเมล์ได้ตามสัญญา ขสมก. จะทำอย่างไรต่อไป หรือ จะขึ้นแบล็คลิสต์ เพื่อห้ามเข้าร่วมประมูลครั้งต่อไปเช่นเดียวกับบริษัทที่เกิดปัญหามาก่อนหน้านี้ …เรื่องนี้มีข้อสังเกตุอยู่ว่า การตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าประกวดราคามีกรรมวิธีอย่างไร ถึงกับมีการจะล้มประมูลกันเป็นว่าเล่นได้ขนาดนี้ หรือจริงๆ มันมีอะไรซุกซ่อนอยู่ใต้พรม

*** ดูเหมือนความพยายามของพี่หนิด –สนิท พรหมวงค์ อธิบดีกรมขนส่งทางบก จะมีมาอย่างต่อเนื่องในประเด็นการ ‘Set 0’ เพื่อปฏิรูปรถเมล์ แหมๆ เพิ่งได้อำนาจในการออกใบอนุญาตเดินรถมาก็คงจะคันไม้คันมือ โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 เพื่อมอบอำนาจให้กรมสามารถออกใบอนุญาตเดินรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปีในช่วงเปลี่ยนผ่านการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ เนื่องจากกฎหมายหลักกำหนดให้ใบอนุญาตเดินรถมีอายุ 7 ปี โดยก่อนหน้านี้ ขบ. เสนอเรื่องขอใช้อำนาจพิเศษให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว แต่กระทรวงคมนาคมขอให้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับ แนวทางการประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับผู้โดยสารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ชัดเจน ซึ่งก็คือที่ทาสีรถเมล์ใหม่และเปลี่ยนชื่อสายรถเมล์ใหม่เป็นภาษาอังกฤษและตัวเลขทำให้ชาวบ้านร้านช่องต่างมึนงง สร้างความสับสนอลหม่านไปทุกหย่อมหญ้า และต่างพากันสรรเสริญเยินยอถึงขีดความสามารถในการสร้างปัญหาให้กับประชาชนอยู่พักใหญ่

ขณะที่ เนื้อในแผนปฏิรูปจะเพิ่มเส้นทางรถเมล์ 202 สาย เป็น 269 เส้นทาง แต่ต้องรอให้ ขบ. มีอำนาจการในการออกใบอนุญาตชั่วคราวแต่สูงสุดไม่เกิน 2 ปี สำหรับกรณีที่รถร่วมบริการฯ ขอใบอนุญาตเดินรถระยะเวลา 7 ปีในเส้นทางเดิม โดยไม่ต้องการใบอนุญาตชั่วคราว 2 ปีในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นไม่สามารถทำได้ แต่ ขบ.จะออกใบอนุญาตชั่วคราวระยะ 2 ปีให้เอกชนทุกราย เพราะเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ถ้าหากเส้นทางใดไม่มีปัญหา เช่น มีมาตรฐานตัวรถและบริการที่ดี ก็จะให้ใบอนุญาตถาวรอายุ 7 ปี แต่ถ้าเส้นทางใดมีปัญหา ก็จะเปิดกว้างให้เอกชนยื่นข้อเสนอเพื่อขอใบอนุญาต ด้านผู้ประกอบการรถร่วมฯ ที่มีอายุใบอนุญาตเหลือสูงสุดประมาณ 5 ปี ก็จะชดเชยด้วยการให้เดินรถในเส้นทางที่เหมาะสมในช่วงเปลี่ยนผ่านไปก่อน

ท่านผู้อ่านเข้าใจประเด็นใช่มั้ย? ขบ.กำลังล้างระบบเดิมของ ขสมก. และจัดหมวดหมูระเบียบแบบแผนใหม่ พูดง่ายๆ คือ ‘รื้อเวทีเก่าออก’ แต่จะทำได้ก็ต้องใช้อำนาจ ม.44เข้ามาล้างกฎเดิม เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ มาถึงจุดนี้เรายังมองยาก ว่าดี หรือไม่ดี แต่ ที่แน่ๆ ใบอนุญาตความนี้ไม่ใช่จะคงถาวรเหมือนในอดีตอีกต่อไป ตามเป้าหมายการสร้างมาตรฐานการเดินรถเมล์ตามประสงค์ของพี่หนิดเค้าละขอรับ …

***หนึ่งโครงการดีๆน่าสนับสนุนโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กับ ‘โครงการพัฒนาผู้ขับขี่รถบรรทุกเพื่อการประหยัดพลังงานในธุรกิจขนส่งสินค้า’ โดย ‘ยงค์ยุทธ์ สวัสดิสวนีย์’ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน บอกว่า ประเด็นหลักๆของโครงการนี้คือการสร้างผู้ขับขี่ให้มีทักษะในการขับขี่ที่ประหยัดเชื้อเพลิง ตั้งเป้าอบรมวิทยากรพัฒนาให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการขับขี่ที่ประหยัดเชื้อเพลิง ไม่ต่ำกว่า 50 คน เพื่อนำไปถ่ายถอดให้กับผู้รับการอบรมขับขี่ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน คาดว่าจะสามารลการใช้เชื้อเพลิงดีเซล ประมาณ 9.2ล้านลิตรต่อปี ประหยัดเงินได้ปีละประมาณ 248 ล้านบาท

โดยความร่วมมือดังกล่าว ทางกรมฯ ได้ประสานความร่วมมือกับ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นำโดย ‘เฮียเต๊ก ชุมพล สายเชื้อ’ เลขาธิการสหพันธ์ฯ ซึ่งรับหน้าที่เดินหน้าโครงการดังกล่าวให้ลุล่วงตามวัตถุประสงค์ แต่ก็แปลกใจ ทำไม ‘โดเรม่อน’ ไม่มาเอง หรือถนัดแต่งานอีเวนต์ รับของแจก แด…เอ้ย รับประทานของฟรี แต่ไม่ถนัดงานด้านวิชาการ เลยต้องส่งเลขาฯมารำแทน …

 

ภายหลังการพูดคุยในประเด็นการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานผู้ขับขี่รถบรรทุก มีข้อคิดเห็นหนึ่งที่เป็นประเด็นน่าติดตามต่อ คือ ภายหลังจากที่มีการฝึกอบรมผู้ขับขี่ให้มีทักษะในการขับขี่ที่ปลอดภัยและประหยัดเชื้อเพลิง ด้านค่าตอบแทนของพนักงานขับรถบรรทุกจะขยับตามด้วยหรือไม่ เพราะเอาเข้าจริง เถ้าแก่ต่างๆ ภายในสหพันธ์การขนส่งฯจะเป็นคนที่ควรจะมีบทบาทในการสนับสนุนส่งเสริมการให้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับพนักงานที่ขับรถดีมีทักษะที่ดี เพื่อสร้างแรงจูใจในการขับรถและอาจจะสามารถเพิ่มปริมาณพนักงานขับรถที่ขาดแคลนในปัจจุบันให้เพียงพอต่อความต้องการในธุรกิจขนส่ง …ก็ฝากไว้ครับ ควรมีการคิดตรงนี้ด้วย เพราะที่ผ่านมาโครงการสร้างพนักงานขับรถบรรทุกมีหลายๆ ครั้งแต่ไม่ค่อยจะตอบโจทย์เท่าที่ควรเพราะพอพนักงานขับรถมีทักษะที่ดีก็ต่างพากันย้ายค่ายไปในที่ๆ ดีกว่า เพราะอะไรนั้นเชื่อว่าบรรดาเถ้าแก่ขนส่งทั้งหลายต่างทราบดี

*** ช่างกล้า ! โฟตอนประกาศ ปีหน้าขึ้นอันดับหนึ่งตลาดรถจีนในประเทศไทย  ล่าสุด บริษัทแม่จากจีนบุกจดทะเบียนบริษัทในไทยภายใต้ชื่อบริษัท โฟตอน ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดหน่ายรถกระบะ,รถตู้ และรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์โฟตอน วันก่อนภายในงานเปิดตัวรถหัวลากรุ่นใหม่ “FotonAuman EST และ FotonAuman EST-A” รถบรรทุกที่ถูกออกแบบโดยความร่วมมือระหว่างโฟตอนและเดมเลอร์ โดย ‘เควิน ได’  ประธานกรรมการ บริษัท โฟตอน ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เป้าปี 61 ตั้งไว้ที่ 500 คันและจะถีบอันดับขึ้นเบอร์หนึ่งรถบรรทุกจีนในประเทศไทย

ตามข่าวหากว่าโฟตอนโบกมือลาจากอ้อมอก ‘กลุ่มตันจง’ จริงๆ ก็ได้ตระเตรียมปรับทัพยกใหญ่ โดยปัจจุบันโฟตอนมีคู่ค้าที่เป็นสถาบันการเงินต่างๆ ให้การสนับสนุนในการจัดทำข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าหลายสถาบัน โดยมีกสิกรลิสซิ่งเป็นสถาบันหลัก ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ในระหว่างการเตรียมการจัดทำบริษัทลีสซิ่งของโฟตอนเองในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเป็นรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มีบริษัทลีสซิ่งเป็นของตนเอง  ทั้งในอนาคต โฟตอน ยังมีแนวทางที่จะเปิดโรงงานประกอบรถพวงมาลัยขวาในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และช่วงเวลาที่เหมาะสม อีกทั้งยังจะเปิดบริการโชว์รูมรถยนต์มือสอง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพดี เชื่อถือได้

เห็นถึงความตั้งใจของนักลงทุนจีนที่หวังสร้างตลาดรถบรรทุกจีนให้สามารถเรียกศรัทธาจากผู้ใช้อีกครั้ง ก็อดชื่นชมในความใจกล้าและมุ่งมั่นครั้งนี้เสียไม่ได้ จะบอกยังไงดีละ แม้ไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดแต่จะรอดูสิ่งที่เขาทำขอรับ เวลาเป็นบททดสอบที่ดีเสมอ

ลาละครับ เจอกันอีกครั้งปีหน้า

 

ข่าวอื่นๆ

“พนัส” ผู้ผลิต POLE TRAILER รายแรกในไทย

เสียงระฆังดัง! เริ่มเดินเครื่องกันแล้วสำหรับวงการรถใหญ่ ทั้งค่ายรถใหญ่และโรงงานผู้ผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ เปิดตำรากลยุทธ์เดินเกมหนังชีวิตตลอดปี 2018 สำหรับโรงงานผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์อย่าง บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด (PANUS) พร้อมดันยอดขายขึ้น 20% ซึ่งเป็นเลขที่ท้าทายสำหรับฝ่ายการตลาดทีเดียว โดยในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาแบบพิเศษเช่น POLE TRAILER ซึ่งผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นคำกล่าวที่พูดทิ้งไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาของ

สังคมขนส่ง โดย : สอพินยา

วารสารTrans Time ฉบับที่23 เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ‘สอพินยา’ รับหน้าที่รายงานทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข่าวเรื่อง ‘ยืนนาฬิกาเพื่อน’ยังคงเป็นกระแสสังคมที่ต่างเฝ้ารอถึงความชอบธรรมและสามัญสำนึกของผู้บริหารประเทศ ต่อด้วยข่าวประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ ถูกเจ้าที่อุทยานแห่ง    ชาติฯจับกุมเหตุลักลอบไปล่าสัตว์.ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งแม้จะชี้ชัดโดยพยานและหลักฐาน ทว่ายังยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง และอีกข่าวที่ต่อยอดจากยืมนาฬิกาเพื่อน

ทางหลวงหมายเลข 12 สายตาก-แม่สอดคืบหน้า 36%

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12  สายตาก-แม่สอด จังหวัดตากให้เป็น 4 ช่องจราจร ว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างทางสายนี้ช่วง ตอน 3 แล้วเสร็จ แล้ว ส่วนที่เหลือ ตอนที่ 4  มีความคืบหน้ากว่า

Mobile Sliding Menu