Gen 2 สานต่อนาคตอู่RCK

In Exclusive, Logisticupdated December 21, 2017 6:29 am

เกริกเกียรติ  ชัยตระกูลทอง

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ ซี เค รุ่งเจริญ จำกัด

อาร์ ซี เค รุ่งเจริญ อู่ต่อตัวถังรถบรรทุกอาทิ รถพ่วงพื้นเรียบ ,รถเทรลเลอร์หรือรถพวงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ดัมพ์รถบรรทุกและ รถพ่วงและกึ่งพ่วงติดผ้าใบสไลต์ สิ่งเหล่านี้เป็นอุตสาหกรรมที่ตอบสนองตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ,ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบัน เปิดกิจการมากว่า 32 ปี  ตั้งอยู่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสาตร์สำคัญ อันเนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ด้วยเหตุนี้  การจะเกิดขึ้นของโรงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาส ที่อาร์ ซี เค ได้เล็งเห็นถึงการเติบโตในอนาคต

 ‘เกริกเกียรติ  ชัยตระกูลทอง’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ ซี เค รุ่งเจริญ จำกัด ให้ความเห็นต่อการที่รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันโครงการEEC ซึ่งเขามองถึงโอกาสของอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรี ขณะเดียวกันเขาในฐานะนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ ก็มองเห็นถึงโอกาสของธุรกิจของ อาร์ ซี เค ด้วยเช่นกัน  โดยอาร์ ซี เค มองอนาคตของธุรกิจหากรัฐบาลผลักดันโครงการ EEC สำเร็จ จะเป็นการสนับสนุนภาคธุรกิจในจังหวัดชลบุรี ทั้งสินค้าของเราก็เป็นสินค้าที่ใช้ในการโลจิสติกส์เป็นหลัก เมื่อ EEC เกิดขึ้น มีนักลงทุนเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในพื้นที่มากขึ้นคาดว่าทุกธุรกิจจะได้รับอานิสงส์เติบโตเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอน และโดยส่วนตัวเชื่อว่าเมืองไทยในวันนี้ยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดในอาเซียน ดังนั้นหาก EEC เกิดขึ้นเร็วเท่าไหร่จะส่งผลดีของประเทศไทย

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจปัจจุบัน อาร์ ซี เค มีการแบ่งธุรกิจของออกเป็นทั้งหมด 3 กลุ่มใหญ่ๆ อันที่ 1 ธุรกิจต่อตัวถังรถบรรทุก รถพ่วงต่างๆ หรือ ธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ 2. ธุรกิจคลังสินค้า และ3 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงธุรกิจโรงแรม ถือเป็นธุรกิจน้องใหม่ของบริษัท โดยธุรกิจทั้ง 3 กลุ่ม ธุรกิจเทรลเลอร์ หรือ อู่ต่อตัวถังรถบรรทุกยังเป็นธุรกิจหลัก และมีสายป่านยาวเป็นธุรกิจที่เปิดกิจการมาถึง 32 ปี ส่วนธุรกิจอสังหาฯ หรือคลังสินค้า เราเองก็พยายามที่ขยับขยายธุรกิจอยู่ แต่ว่าเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างใหม่สำหรับบริษัท  ประเมินทิศทางในปีนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยยังไม่ค่อยสู้ดีเท่าที่ควร แต่สำหรับธุรกิจของ อาร์ ซี เค เรายังมีจุดแข็งในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ซึ่งธุรกิจทั้งหมดของบริษัทตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ตรงนี้นับเป็นโอกาสและข้อได้เปรียบอย่างมาก

“เราเห็นว่าธุรกิจรถเทรลเลอร์ยังเป็นธุรกิจที่มั่นคง โดยเรามีแผนจะขยายโรงงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด คาดว่าจะเปิดช่วงปลายปี 2561 โดยปัจจุบันกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 150 หาง/เดือน แต่เราต้องการเพิ่มกำลังผลิตเพิ่มขึ้นบวกเพิ่มอีก 50 ต่อเดือน และเสริมในเรื่องของเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น”

‘เกริกเกียรติ’ บอกอีกว่าที่ผ่านมาได้มีการลงทุนในตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มไปที่กลุ่มประเทศ CLMV ทั้ง สปป.ลาว และกัมพูชา ซึ่งก็มีส่งออกไปยังประเทศดังกล่าวอยู่บ้างจากผู้ประกอบการไทย เป็นกลุ่มลูกค้าของเราเอง ส่วนทางด้านเมียนมาเป็นตลาดใหม่ เพราะรถเทรลเลอร์เป็นสินค้าที่สนับสนุนโลจิสติกส์ ซึ่งมีหลายธุรกิจจากไปประเทศไทยเข้าไปลงทุนในประเทศเมียนมา ส่งผลให้เกิดโลจิสติกส์ ธุรกิจของบริษัทจึงสามารถเข้าไปเสริมกับธุรกิจเหล่านั้นได้ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาเราส่งออกไปจำนวน 75 คัน ปีนี้ส่งออกเพิ่มไปอีก 25 คัน

ขณะที่ ตลาดเวียดนาม เราไปลงทุนตั้งบริษัทเองที่ประเทศเวียดนาม เน้นการทำธุรกิจที่เน้นในเรื่องโครงสร้าง เช่น การทำแชสซีส์รถบรรทุก แล้วส่งกลับมายังประเทศไทย หลังจากที่ไปตั้งได้สักระยะ กลุ่มบริษัทต่างๆ ของเวียดนามเล็งเห็นคุณภาพและศักยภาพของบริษัท เริ่มมีการแตกไลน์ออกมาเพิ่มขึ้นอย่างเช่น ธุรกิจตัดเหล็ก หรืองานโครงสร้างที่ไม่ได้เกี่ยวกับรถยนต์ แต่ด้วยความยากในการทำธุรกิจในเวียดนาม ที่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งอย่างประเทศจีนซึ่งเป็นงานที่หินมากๆ

‘เกริกเกียรติ’ มองว่าในฐานะที่เป็น Gen2 ของ อาร์ ซี เค จึงอยากจะพัฒนารูปแบบอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้นเพื่อเป็นที่น่าเชื่อถือของนักลงทุนชาวต่างชาติ เนื่องจากเมื่อเปิดระเบียงเศรษฐกิจพิเศษจะมีการลงทุนจากชาวต่างชาติมากขึ้น และจะมีความต้องการรถในการขนส่งสินค้ามากขึ้นตามไปด้วย เราสามารถเชิญลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน ว่ามีเทคโนโลยีใดบ้างที่ใช้ในการผลิต รวมถึงมาตรฐานการบริหารการจัดการต่างๆ เพื่อที่จะได้ส่งเสริมให้กับอุตสาหกรรมการต่อตัวถังในบ้านเราให้ดีขึ้น เพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นเข้าไป และ ในฐานะนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ เราก็จะพัฒนาให้อุตสาหกรรมในการต่อตัวถังรถบรรทุก หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของเรา ให้มีความก้าวไกลและยั่งยืน

ข่าวอื่นๆ

“พนัส” ผู้ผลิต POLE TRAILER รายแรกในไทย

เสียงระฆังดัง! เริ่มเดินเครื่องกันแล้วสำหรับวงการรถใหญ่ ทั้งค่ายรถใหญ่และโรงงานผู้ผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ เปิดตำรากลยุทธ์เดินเกมหนังชีวิตตลอดปี 2018 สำหรับโรงงานผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์อย่าง บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด (PANUS) พร้อมดันยอดขายขึ้น 20% ซึ่งเป็นเลขที่ท้าทายสำหรับฝ่ายการตลาดทีเดียว โดยในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาแบบพิเศษเช่น POLE TRAILER ซึ่งผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นคำกล่าวที่พูดทิ้งไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาของ

สังคมขนส่ง โดย : สอพินยา

วารสารTrans Time ฉบับที่23 เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ‘สอพินยา’ รับหน้าที่รายงานทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข่าวเรื่อง ‘ยืนนาฬิกาเพื่อน’ยังคงเป็นกระแสสังคมที่ต่างเฝ้ารอถึงความชอบธรรมและสามัญสำนึกของผู้บริหารประเทศ ต่อด้วยข่าวประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ ถูกเจ้าที่อุทยานแห่ง    ชาติฯจับกุมเหตุลักลอบไปล่าสัตว์.ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งแม้จะชี้ชัดโดยพยานและหลักฐาน ทว่ายังยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง และอีกข่าวที่ต่อยอดจากยืมนาฬิกาเพื่อน

ทางหลวงหมายเลข 12 สายตาก-แม่สอดคืบหน้า 36%

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12  สายตาก-แม่สอด จังหวัดตากให้เป็น 4 ช่องจราจร ว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างทางสายนี้ช่วง ตอน 3 แล้วเสร็จ แล้ว ส่วนที่เหลือ ตอนที่ 4  มีความคืบหน้ากว่า

Mobile Sliding Menu