3 มหาอำนาจรถใหญ่ยุโรป เปิดศึกปะทะเดือด!

In TransTalkupdated December 21, 2017 6:35 am

ภายใต้ยุทธภูมิตลาดรถใหญ่เมืองไทยมีค่ายรถใหญ่หลายสายพันธุ์เปิดศึก “กลยุทธ์การตลาด”ห้ำหั่นสนั่นวงล้อธุรกิจขนส่งเมืองไทย ทั้งจากดินแดนซามูไร จีนแผ่นดินใหญ่ และฟากฝั่งอันไกลโพ้นอย่างดินแดนยุโรป โดยมีเค้กก้อนโตให้แต่ละค่ายช่วงชิงสัดส่วนการตลาดในแต่ละปี

ค่ายรถใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นคงไม่มีกล้าปฏิเสธความยิ่งใหญ่ 2 ค่ายมหาอำนาจอย่าง “อีซูซุและฮีโน่” ที่เร่งแรงม้าไล่เบียดความเป็น“พี่ใหญ่-พี่รอง”ได้อย่างสูสีในแต่ละปี นอกนั้นเป็นคิวสอดแทรกของค่ายน้องเล็กอย่าง“ยูดีทรัคส์และฟูโซ่” ได้ไล่บี้กันสุดลิ่ม ส่วนรถใหญ่จากแดนมังกรแม้จะมีหลากหลายค่ายเปิดศึกช่วงชิงความเป็น “เบอร์หนึ่ง” แบรนด์จีนก็ตาม แต่ก็ยังดูไม่เปรี้ยงปร้างและร้อนแรงเท่าไหร่นัก

ฟากฝั่งรถใหญ่สายพันธุ์ยุโรปที่ปัจจุบันมีหลากหลายค่ายเปิดศึกชิงสัดส่วนการตลาดในแต่ละปีได้อย่างสนุก แม้ยอดขายตลาดรถยุโรปในแต่ละปีจะไต่ระดับอยู่ที่พันคันต้นๆไม่ได้มียอดถล่มถลายเหมือนรถญี่ปุ่นพุ่งสูงกว่า 2 หมื่นคันในแต่ละปี แต่ด้วยความเป็นแบรนด์ยุโรปที่ราคาสูงถูกยกให้เป็นรถใหญ่ในตลาดพรีเมี่ยม บวกกับมีผู้เล่นหลายรายในตลาดก็ยิ่งเพิ่มอัตราการแข่งขันทวีความดุเดือดขึ้นทุกปี

ก่อนที่ปีศักราช 2560 จะโบกมือลาและถูกแทนที่ด้วยปีศักราชใหม่ 2561 นั้น Trans Time ขอประมวลการห้ำหั่นกลยุทธ์การตลาดและอัตราการเติบโตในรอบขวบปี 2560 ตลอดถึงอัพเดทการวางกลยุทธ์รองรับการสู้ศึกในปี 2561 ผ่านมุมมองของ 3 ผู้บริหารจาก 3 ค่ายรถใหญ่สายพันธุ์ยุโรป ดังนี้

วอลโว่ทรัคส์ พร้อมพุ่งชนทุกความสำเร็จ

ประเดิมด้วยค่ายวอลโว่ ทรัคส์ ค่ายยักษ์ใหญ่จากสวีเดนที่ครองเป็นเบอร์หนึ่งตลาดรถใหญ่สายพันธุ์ยุโรปมาต่อเนื่อง โดยคุณกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถบรรทุกพรีเมี่ยมสายพันธุ์แกร่งจากสวีเดน “วอลโว่ ทรัคส์” และรถบรรทุกสายเลือดจาแดนอาทิตย์อุทัย “ยูดี ทรัคส์” เปิดเผยว่าเมื่อต้นปีเรามั่นใจว่าตลาดรถใหญ่จะได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นทางภาครัฐ และเชื่อมั่นจะยังคงเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สองจากปีที่แล้วหลังจากตลาดหดตัวต่อเนื่องถึง 2 ปี คาดโตเพิ่มขึ้น 5-6 % แต่จากตัวเลขรถจดทะเบียนครึ่งปีแรกเห็นทิศทางตลาดทั้งปีเป็นไปในทางลบ สะท้อนว่าตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ของประเทศไทยปีนี้น่าจะหดตัวลง 12% และรถบรรทุกขนาดกลางน่าจะหดตัว 9%  ณ สิ้นปี

“ถึงกระนั้นเราก็ยังคงลุ้นยังปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาดในครึ่งปีหลัง ทั้งการประกาศขยายมาตรการลดหย่อนภาษี 1.5 เท่าของมูลค่าการลงทุนในยานพาหนะเพื่อการขนส่งจนถึงสิ้นปี การเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล การเร่งดำเนินโครงการ EEC  การส่งออกของปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของภาคการเกษตรและการส่งออก แต่สุดท้ายปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่เป็นไปตามแผนเท่าที่ควรจะเป็น ทำให้ตลาดรถบรรทุกทั้งปีหดตัวลง”

ประเด็นการขยายศูนย์บริการเพิ่มเติมหรือไม่นั้น คุณกำลาภ ระบุว่าที่มีอยู่ปัจจุบันก็เพียงพอแล้ว ส่วนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดภายในปีหน้านั้น ที่ผ่านมาวอลโว่ กรุ๊ป ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กำลังพิจารณาการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาด

“ตลอดทั้งปีเราทำงานหนักและพยายามที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดให้ดีที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เกิดขึ้น ปีถัดไปเราก็ยิ่งทำงานหนักต่อเนื่อง ขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดในทุกมิติอย่างชาญฉลาด ติดปีกกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วย “การตลาดดิจิทัล”เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รุกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด คู่ขนานกับการลงทุน“พัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บและเติมเต็มศักยภาพทางการแข่งขัน ที่หลอมรวมเป็นความแข็งแกร่งพร้อมพุ่งชนทุกความสำเร็จในอนาคต”

 

‘สแกนเนีย’ ปลื้มยอดขายพุ่ง10 เดือนฟาด 485 คัน โตทะยาน 20 %

ขณะที่ค่ายสแกนเนีย อีกหนึ่งค่ายยักษ์ใหญ่จากสวีเดน โดยมร.สเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ภายใต้แบรนด์ “สแกนเนีย” เปิดเผยว่าเมื่อปีที่แล้ว สแกนเนีย โชว์สถิติใหม่ยอดขายรถบรรทุกจำนวน 424 คัน ถือเป็นปีที่ดีที่สุดของสแกนเนีย แต่พอถึงปีนี้ก็เป็นที่น่ายินดีต่อเนื่องเช่นกัน เพราะหลังผ่านไป 10 เดือนมียอดขายรวม 485 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก 403 คัน และรถบัสโดยสาร 82  คัน เป็นการเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วในเวลาเดียวกันกว่า 20 % คาดทั้งปีจะทำยอดขายรวมได้กว่า 500 คันตามเป้า ส่วนปีหน้าตั้งเป้าไว้กว่า 600 คัน และเมื่อเป็นไปตามเป้าก็จะทำให้สแกนเนียเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30 %

หลังจากสแกนเนีย ได้แจ้งข่าวดีเมื่อช่วงต้นปีกับการลงทุนสร้างโรงงานประกอบรถบรรทุก หัวเก๋ง และแชสซีส์รถโดยสารแห่งใหม่ในประเทศไทยด้วยงบ 800 ล้านบาท เป็นการสะท้อนว่าไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางของทั้งอุตสาหกรรม การค้า และการขนส่งของอาเซียน มีอุตสาหกรรมยานยนต์แข็งแกร่ง ทำให้สแกนเนีย มีความใกล้ชิดกับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และโอเชียเนียเพิ่มขึ้น คาดแล้วเสร็จต้นปี 62”

นอกจากนี้ มร.สเตฟาน ระบุอีกว่าอีกหนึ่งข่าวดีก็คือว่าหลังจากที่ยุโรปมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่แล้วประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำตลาด และเราก็จะนำรถรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดในไทยเร็วๆนี้ และหลังจากสแกนเนีย ได้รุกตลาดรถพ่วงจับกลุ่มขนส่งการเกษตรและก่อสร้างได้ระยะหนึ่ง ก็เป็นที่น่ายินดีอย่างมากว่าผลตอบรับจากตลาดดีมากๆ และเป็นแรงส่งให้ยอดขายรถสิบล้อสแกนเนียโตขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้วลากยาวมาถึงปีนี้ และปีหน้าก็จะรุกตลาดนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

“กลยุทธ์ด้านการบำรุงรักษาที่จะเกิดขึ้นในปีหน้านั้น เป็นระบบหนึ่งที่เรียกกว่า Flexible Maintenance Plans เป็นระบบที่สื่อสารกับรถว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมาเข้าสู่การบำรุงรักษาโดยไม่จำเป็นต้องกำหนดตายตัวว่าถึงระยะ 45,000 กม.เหมือนกับระบบที่ใช้ในปัจจุบัน มันอาจจะไม่ใช่ระยะ 45,000 กม.ก็ได้ มันอาจจะบอกว่าต้องมาทำเมื่อถึง 30,000 กม.หรือ 60,000 กม.ก็ได้ และทำในบางรายการที่มันต้องทำโดยไม่จำเป็นต้องทำทุกรายการ เพราะรถแต่คันมีการใช้งานไม่เหมือกัน ทำให้การบำรุงรักษาไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน”

ถึงกระนั้น มร.สเตฟาน ยังสะท้อนมุมมองต่อภาพรวมตลาดรถใหญ่เมืองไทยว่าตลาดรถบรรทุกเมืองไทยสู้กันดุเดือดมาก ความเป็นจริงเมื่อเข้าสู่สนามรบแล้วกับคู่แข่งเราก็สู้เต็มที่อยู่แล้ว ถึงที่สุดแล้วสิ่งที่เราก็ต้องแข่งขันและต้องมาคิดทำอย่างไรเราจะดูแลลูกค้าได้ดีขึ้น และทำอย่างไรจะทำให้ลูกค้าได้พึงพอใจการบริการของเราที่เห็นผลดีจริง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก และก็เป็นการสะท้อนกลับมาว่าสิ่งที่เราพยายามขับเคลื่อนและสื่อสารความพยามยามองค์กรออกไปนั้น เห็นชัดว่าลูกค้าตอบสนองได้ดีด้วยซื้อสัญญาบริการยาวขึ้น เป็นการตอกย้ำลูกค้าได้ไว้วางใจเราในการดูแลเขาด้วยความเป็นมืออาชีพ

อย่างไรก็ดี สำหรับการต่อสู้การตลาดระหว่าง 2 ค่ายมหาอำนาจรถใหญ่สัญชาติสวีเดนนี้ ผู้สื่อข่าวสายรถใหญ่ เปิดเผยว่าแม้ค่ายวอลโว่ทรัคส์กับสแกนเนียจะเป็นไล่บี้ความเป็นเบอร์หนึ่งในเมืองไทยอย่างสนุกคู่คี่สูสี แต่สุดท้ายค่ายวอลโว่ทรัคส์ก็เบียดเข้าเส้นชัยมาตลอด แต่ปีนี้ตามสถิติการจดทะเบียนรถใหม่ของกรมการขนส่งทางบกพบว่าหลังผ่าน 10 เดือนยอดขายวอลโว่ ทรัคส์ (เฉพาะรถบรรทุก)อยู่ที่ 304 คัน ขณะที่สแกนเนียอยู่ 403 คัน

“สแกนเนีย เป็นลูกไล่กับค่ายยุโรปสัญชาติเดียวกันอย่างวอลโว่ทร้คส์มาโดยตลอด แต่ประจักษ์พยานวัดด้วยยอดขายสแกเนียพุ่งทะยานในเวลานี้ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าสแกนเนีย น่าจะเร่งแรงม้าพุ่งเข้าเส้นชัยครองความเป็นเบอร์หนึ่งรถใหญ่สายพันธุ์ยุโรปแบบสบายใจเฉิบเป็นปีแรก เห็นทีปีหน้า 2 ค่ายมหาอำนาจรถใหญ่นี้คงสู้กันดุเดือดแน่”

พญาราชสีห์ MAN พร้อมผงาด!

ขณะที่ค่าย MAN (เอ็น.เอ.เอ็น.) อีกหนึ่งค่ายรถใหญ่สายพันธุ์แกร่งสัญชาติเยอรมัน โดยคุณธนภัทร อินทวิพันธุ์ กรรมการบริหาร MAN Commercial Vehicle (Thailand) หรือ MCVT เปิดเผยว่าหลังจากที่ผมได้รับการแต่งตั้งให้กุมการบริหารแบรนด์ MAN เต็มตัวเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ก็เร่งเครื่องกลยุทธ์การตลาดในทุกๆด้าน ตั้งเป้าไว้ที่ 100 คันก็น่าจะเป็นยอดที่ดูเหมาะกับเวลาที่เหลือ เรามั่นใจว่าทั้งปีจะปิดยอดขายได้อยู่ที่ 70-80 คัน ซึ่งก็เป็นระดับยอดขายที่น่าพอใจ ส่วนปีหน้าเราตั้งเป้าไว้ที่ 120 คัน แบ่งเป็นหัวลาก 60-70 คันและบัส 60-40 คัน

ปัจจุบัน MAN ถือเป็นแบรนด์อันดับ 3 ของค่ายรถยุโรป รถแบรนด์ยุโรปในปีหนึ่งๆ ขายได้ราวๆ 1 พันคัน เราทำได้ 60-70 คัน มาร์เก็ตแชร์เราได้ถึง 6 -7% ถ้าปีหน้าเราได้ 100 คัน ก็เท่ากับว่ามาร์เก็ตแชร์เราเพิ่มเป็น 10% เราจะดันทั้งรถหัวลากและรถบัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถบัส รุ่น R40 ขนาด 13.80 เมตร เป็นรถที่เหมาะสำหรับ การวิ่งระยะยาว เป็นรถชั้นเดียวหรือ 2 ชั้นก็ได้ แต่พักหลังรถ 2 ชั้นไม่เป็นที่นิยม เราจึงปรับเป็นรถชั้นเดียว ความสูง 3.80 เมตร ซึ่งเป็นรถที่มีความปลอดภัยสูงสุด ประกอบกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ของ MAN จึงถือว่ามีความปลอดภัยสูงสุดเป็นอย่างมาก”

นอกจากนี้ คุณธนภัทร กล่าวปิดท้ายว่าปีหน้าจะนำรถดัมพ์เข้าทำตลาดในไทย และจะทำการเปิดตัวรถหัวลากรุ่นใหม่ Special Editions ซึ่งเป็นการไมเนอร์เช้นจ์รถหัวลากรุ่น TGS 33. 400 แรงม้า รุ่นฉลองครบรอบ 100 ปีการดำเนินธุรกิจของ MAN ในเยอรมัน ซึ่งเวลานี้มีลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ MANให้ความสนใจและสั่งจองไว้บ้างแล้ว

“ส่วนการขยายศูนย์บริการและดีลเลอร์ว่าตอนนี้เรามีศูนย์บริการและดีลเลอร์อยู่ 4 แห่ง ซึ่งดีลเลอร์ก็มีรายใหญ่อย่าง K-MAN ที่เปิดให้บริการอย่างครบวงจร อีกทั้งเรายังมีทีซีออโต้ฮับอีก 3 แห่ง คือโคราช ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ เราต้องเร่งขยายศูนย์ฯและดีลเลอร์ให้ครอบคลุมทั่วทุกภาคให้มากที่สุด โดยปีหน้าเราตั้งเป้าไว้ถึง 10 แห่ง”

แม้ทั้ง 3 ค่ายจะได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจรถใหญ่ที่ผู้ใช้ทั่วโลกให้การยอมรับ แต่การเข้ามาทำตลาดชิงความเป็นพี่ใหญ่ในไทยและเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบขนส่งในไทยได้ ก็ต้องอาศัยระยะเวลา ฐานลูกค้า และความเชื่อมั่นเป็นองค์ประกอบ

เชื่อแน่ว่าทั้ง 3 ค่ายย่อมกระหายที่จะช่วงชิงองค์ประกอบดังกล่าวอย่างไม่หยุดยั้ง…ไม่หยุดนิ่ง!

ข่าวอื่นๆ

“พนัส” ผู้ผลิต POLE TRAILER รายแรกในไทย

เสียงระฆังดัง! เริ่มเดินเครื่องกันแล้วสำหรับวงการรถใหญ่ ทั้งค่ายรถใหญ่และโรงงานผู้ผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ เปิดตำรากลยุทธ์เดินเกมหนังชีวิตตลอดปี 2018 สำหรับโรงงานผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์อย่าง บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด (PANUS) พร้อมดันยอดขายขึ้น 20% ซึ่งเป็นเลขที่ท้าทายสำหรับฝ่ายการตลาดทีเดียว โดยในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาแบบพิเศษเช่น POLE TRAILER ซึ่งผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นคำกล่าวที่พูดทิ้งไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาของ

สังคมขนส่ง โดย : สอพินยา

วารสารTrans Time ฉบับที่23 เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ‘สอพินยา’ รับหน้าที่รายงานทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข่าวเรื่อง ‘ยืนนาฬิกาเพื่อน’ยังคงเป็นกระแสสังคมที่ต่างเฝ้ารอถึงความชอบธรรมและสามัญสำนึกของผู้บริหารประเทศ ต่อด้วยข่าวประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ ถูกเจ้าที่อุทยานแห่ง    ชาติฯจับกุมเหตุลักลอบไปล่าสัตว์.ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งแม้จะชี้ชัดโดยพยานและหลักฐาน ทว่ายังยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง และอีกข่าวที่ต่อยอดจากยืมนาฬิกาเพื่อน

ทางหลวงหมายเลข 12 สายตาก-แม่สอดคืบหน้า 36%

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12  สายตาก-แม่สอด จังหวัดตากให้เป็น 4 ช่องจราจร ว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างทางสายนี้ช่วง ตอน 3 แล้วเสร็จ แล้ว ส่วนที่เหลือ ตอนที่ 4  มีความคืบหน้ากว่า

Mobile Sliding Menu