ไทย-เมียนมา เร่งพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย วางงบ 4,500 ล. สร้างถนนเชื่อมโครงข่าย

In AECupdated October 17, 2017 9:22 am

“คมนาคม” หารือ “เมียนมา” พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ตกผลึกเร่งพัฒนาถนนเชื่อมโยงโครงการทวาย ระยะทาง 138 กม. วงเงิน 4,500 ล้านบาท แยกออกจากสัญญาอิตาเลี่ยนไทย สู่รูปแบบ Public Finance พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด จัดทำแผนงาน ศึกษารายละเอียด รวมถึงกำหนดกรอบเวลา เสนอคณะกรรมการ JCC ภายใน 3 เดือน

คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย – เมียนมา หรือ JCC เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 8 ร่วมกับ คุณตัน มิ้นท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในฐานะประธานร่วมว่า การประชุม JCC ครั้งที่ 8 นี้ ถือเป็นการประชุมร่วมครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ภายใต้การดำเนินการรัฐบาลใหม่ของเมียนมา ตั้งแต่ปี 2559 ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งพัฒนาถนนเชื่อมโยงพื้นที่โครงการทวายสู่ชายแดนไทย-เมียนมา ระยะทาง 138 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 4,500 ล้านบาท พร้อมทั้งพัฒนาโครงการทวายระยะแรก (DSEZ Initial Phase) ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

สำหรับการเร่งพัฒนาถนนดังกล่าว ระยะทาง 138 กม.นั้น แยกออกมาจากสัญญาของบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับสัญญาสัมปทานการพัฒนาโครงการทวายระยะแรก เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีการเสนอให้เป็นรูปแบบของ Public Finance หรือการลงทุนของภาครัฐ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน อย่างไรก็ตามอิตาเลี่ยนไทย ยังคงดำเนินการในส่วนของนิคมอุตสาหกรรม สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ระบบโทรคมนาคา โรงไฟฟ้า ท่าเรือขนาดเล็ก และอ่างเก็บน้ำ

ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด เพื่อหารือในรายละเอียดจัดทำแผนงาน กรอบเวลา และแนวทางการดำเนินงานในแต่ละเรื่อง โดยกำหนดให้เสนอคณะกรรมการ JCC ภายใน 3 เดือน สำหรับคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการพัฒนาเชื่อมโยงพื้นที่โครงการทวาย-ชายแดนไทย/เมียนมา ประกอบด้วย ผู้แทนของกรมทางหลวง และสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหชน) หรือเนด้า พร้อมทั้งผู้แทนจากเมียนมา 2.คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการพัฒนาโครงการระยะแรก ประกอบด้วย ผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้แทนจากเมียนมา

นอกจากนี้ ไทยและเมียนมายังได้แสดงเจตจำนงค์ที่จะร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่รองรับการลงทุนของภาคเอกชนได้โดยเร็ว โดยโครงการทวายจะเป็นตัวเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมียนมาที่สำคัญ และจะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งไทยและเมียนมา รวมถึงภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ภายหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เมียนมาได้ตั้งกลไกเพื่อทำงานร่วมกับฝ่ายไทย 3 ชุด ประกอบด้วย 1.ตั้งคณะกรรมการร่วมระดับสูง 2.คณะกรรมการประสานงานร่วมของเมียนมา และ3.คณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ขณะเดียวกันการประชุมครั้งที่ 9 นั้น จะจัดขึ้นที่กรุงเนปิดอร์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในเดือนตุลาคม 2560

ในส่วนความร่วมมือกับญี่ปุ่น คุณอาคม กล่าวยืนยันว่า ยังคงเป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ไทย-เมียนมา-ญี่ปุ่น และจะมีการหารือร่วมอย่างไม่เป็นทางการร่วมในเดือนกันยายนนี้ ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการ JCC ครั้งต่อไป

ด้าน คุณตัน มิ้นท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวยืนยันว่า โครงการดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งการประชุม JCC ครั้งที่ 8 นี้ ถือเป็นความสำเร็จเบื้องต้น และเป็นการเริ่มต้นของโครงการที่ดีระหว่าง

ข่าวอื่นๆ

Personal Offices instant The Right Way to help Begin Your personal Business

If you are planning to start up your very own business in addition to have typically the demanded structure

Exactly why Online Customer service network Training?

On line customer services education can be the nearly all hassle-free manner of learning how to give buyers the

Mobile Sliding Menu